Digital Trends 2020 Thailand

Home Digital Trends

Digital Trends 2020 ของประเทศไทย

เทรนด์การใช้โทรศัพท์มือถือ/สมาร์ทโฟนของคนไทย

คนไทยกว่า 52 ล้านคนใช้งานอินเทอร์เน็ต (Internet) และโซเชียลมีเดีย (Social Media) เข้าใช้งานด้วยมือถือหรือสมาร์ทโฟน คิดเป็น 97%* ของผู้ใช้งานทั้งหมด โดยเฉลี่ยอัตราการใช้งานอินเทอร์เน็ตด้วยโทรศัพท์มือถือนั้นอยู่ที่ 5 ชั่วโมงต่อวัน

เทรนด์การเข้าใช้งานเว็บไซต์ของคนไทย

อันดับหนึ่งของเว็บไซต์ที่มีคนไทยเข้าใช้งานมากที่สุด คือ Google.com ใช้เป็น search engine ในการค้นหาข้อมูลหรือเพื่อเข้าสู่เว็บไซต์อื่นเป็นหลัก รองลงมาเป็นโซเชียลมีเดียอย่าง Facebook, YouTube, Pantip และ LINE ตามลำดับ

เทรนด์การใช้งานอินเทอร์เน็ต และโซเชียลมีเดียในประเทศไทย

ปัจจุบันนักการตลาดมีการปรับเปลี่ยนมาเล่นการโฆษณา/โปรโมทสินค้าหรือบริการผ่านโซเชียลมีเดียเป็นหลัก แม้กระทั่งรายการโทรทัศน์หลายรายการยังมีการปรับตัวโดยใช้โซเชียลมีเดียมาถ่ายทอดสดรายการต่างๆ เช่น Facebook Live, YouTube Live เป็นต้น

เทรนด์ E-Commerce ของไทย

เทรนด์กลุ่มธุรกิจที่เติบโตในการขายออนไลน์ ได้แก่ ธุรกิจอาหารเดลิเวอรี่ เติบโตขึ้นถึง 22%, ของเล่น, เฟอร์นิเจอร์, เสื้อผ้า ตามลำดับ และรูปแบบการชำระเงินของผู้ใช้/ผู้ซื้อสินค้าออนไลน์ มักจะเป็นบัตรเครดิต (Credit-Card), E-Wallet, และการโอนเงินตามลำดับ

เทรนด์การใช้ Listening Streaming Platform (e,g. Online Radio, Music Streaming, and Podcasts)

รูปแบบการฟังของคนไทยในอดีต มักจะฟังข่าวสารและความบันเทิง และเพลง ผ่านทางวิทยุ โดยมีการพัฒนาปรับเปลี่ยนการฟังมาในรูปแบบวิทยุออนไลน์ที่สามารถฟังในแอพพลิเคชั่น หรือบนเว็บไซต์ได้ จะเห็นได้ว่าคนไม่ได้เลิกฟัง เพียงแต่รูปแบบการฟังหรือเครื่องมือสําหรับใช้ฟังต่างหากที่มีการเปลี่ยนแปลงให้มี Usability เข้ากับการใช้งานของผู้ใช้ให้มีความทันสมัย สะดวก และเข้าใช้งานง่ายมากขึ้น ตามมาด้วยรูปแบบการโฆษณาบนเสียงที่บันทึก และเผยแพร่นั้นด้วย เกิดเป็นในลักษณะ Advertorial Content แฝงโฆษณาสินค้าหรือบริการอยู่เช่นกัน

เทรนด์การใช้งาน Video Platform

แทรนต์การเข้าชมวิดีโอของคนไทยที่เข้าใช้งานอินเทอร์เน็ต 53% ใช้เพื่อดูวิดีโอในรูปแบบหอง Vlog ที่เป็นที่นิยมในการดูรีวิวการท่องเที่ยว หรือคอนเทนต์อื่นๆ และ อันดับการค้นหาใน Video Platform อย่าง YouTube มีคําว่า เพลง, หนัง, ผี, การ์ตูน และแตงโม ตามลําดับแสดงให้เห็นถึงการเข้าฟังแพลงใน YouTube เป็นหลัก แม้จะไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่บางครั้งมีโฆษณาแทรกเยอะ โดยมักจะเฉลี่ยตามยอด View ของวิดีโอนั้น ๆ และ อย่างที่หลายคนทราบกันดีคือ YouTube ได้เริ่มการสร้างรายได้ในรูปแบบ Subscription Revenue จ่ายเป็นรายเดือนเพื่อให้ไม่มีโฆษณาแทรก หรือที่เรียกว่า YouTube Premium ทั้งในส่วนของ Video Streaming และ Music Streaming